นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทวงรักสิเน่หาเถื่อน [วางแผงแล้วนะคะ]    by tichakorn
ชื่อตอน ตอนที่ 2-2


******

ประเทศไทย

“สวัสดีครับ เพิ่งกลับมาเหรอครับ” หนุ่มฝรั่งรูปร่างสูงเปิดประตูออกมาทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรหลังจากเขากะเวลาเอาไว้แล้วว่าสาวสวยข้างหนึ่งจะกลับมาเวลานี้

“ใช่ค่ะ พอดีงานเพิ่งเลิก” คนถูกทักตอบกลับเสียงราบเรียบ มุมปากกดยิ้มเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะรีบเปิดประตูเข้าห้องพักไปบอกเป็นนัยว่าไม่อยากหยุดสนทนากับหนุ่มต่างชาติ แต่ดูเหมือนหนุ่มฝรั่งยังอยากจะสนทนา

“คุณพักอยู่คนเดียวเหรอครับ” หนุ่มหล่อชวนคุยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร ทั้งที่เขาก็รู้อยู่ใจแก่ใจดีว่าสาวสวยพักอยู่คนเดียว แต่ก็นานๆ ทีจะมีเพื่อนมาหาที่พักบ้างนั่นก็เพราะเขาเฝ้าสังเกตมาร่วมครึ่งปีแล้วนับตั้งแต่ได้รับคำสั่งให้มาจับตาดูความเคลื่อนไหวของสาวสวยแบบใกล้ชิด

“คุณน่าจะรู้อยู่แล้วนะคะ” เธอตอบกลับด้วยปลายเสียงสะบัดเล็กน้อย สีหน้าก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจกับถามของอีกฝ่าย

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้คุณไม่พอใจ” หนุ่มฝรั่งเอ่ยเสียงเรียบแต่ก็ทุกคำก็กลั่นออกมาใจจริงๆ แต่จังหวะนั่นเองเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำให้เขาจำต้องหยุดสนทนากับสาวสวยไปโดยปริยาย เขาจึงโค้งศีรษะให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นเชิงบอกลา แล้วประตูห้องเข้าไปแต่ก็ทันได้ยินสาวสวยเอ่ยชื่อบุคคลที่โทรเข้ามา

“ค่ะพี่สิริ ตอนนี้นิดเพิ่งถึงคอนโดฯ เดี๋ยวนิดขอเวลาแต่งตัวสักครู่นะคะ พี่สิริไม่ต้องรีบมารับนิดนะคะ” คนไม่ได้อยากไปดินเนอร์ตอบกลับเสียงเอื่อยๆ หลังจากว่าที่คู่หมั้นโทรมานัดว่าจะมารับไปทานอาหารค่ำด้วยกันและคงหนีไม่พ้นร้านเดิมที่เธอไม่ได้อยากไปเลยสักนิด

“พี่ยังไม่ได้ออกไปรับนิดเลยครับ คือพี่...” สิริอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาบอกว่าที่คู่หมั้นสาวดี

“ถ้าพี่สิริมีธุระ พี่ก็ไปเถอะค่ะ ส่วนเรื่องดินเนอร์เอาไว้วันหลังก็ได้” หญิงสาวตอบกลับเสียงหวาน

“นิดไม่โกรธพี่ใช่ไหม” สิริปิดอากาศดีใจแทบจะไม่อยู่

“นิดจะไปโกรธพี่ทำไมละค่ะ เอาเป็นว่าพี่สิริสบายใจได้เลยว่านิดไม่เคยคิดโกรธพี่ พี่ไปจัดทำธุระให้สบายใจเถอะค่ะ” ว่าที่คู่หมั้นสาวเอ่ยบอกเสียงหวาน แอบดีใจอยู่ลึกๆ เหมือนกันที่ไม่ต้องออกไปเดินเนอร์

“ถ้างั้นดินเนอร์คราวหน้าของเรา พี่จะมีของขวัญสุดพิเศษให้กับนิดนะครับ”

สิริพูดเอาใจว่าที่คู่หมั้นสาว โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการของขวัญสุดพิเศษอะไรเลยนอกเสียจากอยากให้งานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้นถูกยกเลิกเพราะเธอเองก็ไม่กล้าพอที่จะเดินเข้าไปบอกคุณหญิงฤทัยรัตน์ว่าเธอไม่อยากหมั้นกับลูกชายของท่านแล้ว แต่เพราะคำว่าบุญคุณมันค้ำคอ อีกทั้งมารดาของเธอก็คงไม่ยอมเช่นกัน หากเธอจะขอยกเลิกงานหมั้น

“นิด เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงเงียบไปล่ะ โกรธพี่เหรอ” สิริเอ่ยถามว่าที่คู่หมั้นสาวมาตามสาย ขณะที่สายตาก็เฝ้ามองหาสาวสวยอีกคนที่เขานัดให้ออกมาพบกันที่ลาดจอดรถบนชั้นพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพีภายในโรงแรมชื่อดัง

“เปล่าค่ะ พี่สิริไปทำธุระเถอะนะคะ” นิธารายิ้มเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก

“พี่รักนิด”

สิริกดวางสายทันทีเมื่อสิ้นเสียงของว่าที่คู่หมั้นสาวที่เขาเองก็คาดหวังว่าจะได้ยินคำบอกรักจากปากคู่หมั้นสาวบ้างแต่ สุดท้ายเธอก็เพียงแค่ว่าให้เขาขับรถดีๆ เท่านั้น ยอมรับว่าหงุดหงิดใจทุกครั้งเมื่อได้แต่รอลุ้นว่าเมื่อไหร่ว่าที่คู่หมั้นคนสวยถึงบอกรักเขาเสียทีแต่อาการหงุดหงิดก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อมองเห็นสาวสวยอีกคนที่สุดท้ายแล้วพิณแก้วก็มาตามนัดของเขา หลังจากเจ้าตัวพยายามปฏิเสธด้วยความกลัวว่าจะทำให้เขามีปัญหากับว่าที่คู่หมั้นสาว ที่เธอเองก็ได้แต่อิจฉาอยู่ในใจเพราะผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างคุณสิริ ไม่ใช่ได้พบเจอกันได้ง่ายๆ

“พิณแก้ว” สิริขานเรียกเสียงทุ้ม ก่อนจะเปิดยิ้มกว้าง

“คุณสิริ” พิณแก้วขานเรียกเสียงแผ่วเบา พลางมองซ้ายมองขวาด้วยเกรงว่าจะมีคนรู้จักผ่านมาเห็น

“คุณไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเห็นใคร เชื่อใจผมเถอะ” สิริยื่นมือไปกุมมือเล็กแล้วยกขึ้นจูบเบาๆ ส่งผลให้เจ้าของมือนุ่มผิวหน้าเห่อร้อนขึ้นทันตา พยายามดึงมือออกแต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งถูกผู้บริหารหนุ่มรั้งตัวเข้าไปยืนหลบมุมไม่ห่างจากรถมากนัก

“คุณสิริ” พิณแก้วเอ่ยเรียกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“ครับ” สิริขานรับเสียงพร่าสั่นเล็กน้อย

“ปละ...ปล่อยพิณก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขอร้องเสียงสั่นๆ ยกมือดันแผงอกของอีกคนเอาไว้ ใบหน้าแดงระเรื่ออย่างเขินอายเมื่อต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับผู้บริหารหนุ่ม ที่เพียงแค่พูดคุยกันได้ไม่นานเธอและคุณสิริก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วราวกับรู้จักกันมาเป็นแรมปี

“แต่ผมอยากกอดพิณนะครับ” สิริออดอ้อนเสียงพร่า ยอมรับเต็มปากเลยว่าความต้องการพุ่งทะยานจนแทบไม่อยากพาหญิงสาวในอ้อมกอดไปทานอาหารมื้อสุดพิเศษแล้ว แต่อยากจะพาหญิงสาวไปทำอย่างอื่นแทนเสียมากกว่า

“แต่พิณกลัวคนเห็นนะคะ ปล่อยเถอะค่ะ” คนถูกสวมกอดพยายามขอร้องด้วยเสียงสั่นๆ ใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ มันทั้งตกใจ ดีใจปนเปกันไปหมด

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว”

“แต่ที่นี่ลานจอดรถนะคะ” พิณแก้วยังไม่คลายความกังวล เพราะในจะกล้องวงจรปิด ในจะเจ้าของรถในที่นี่อีกล่ะหากเดินกลับมาแล้วเห็นเธอกับคุณสิริยื่นกอดกันอยู่แบบนี้ เธอคงหายจนแทบแทรกแผ่นหนีแน่

“ใช่ ลานจอดรถ” สิริตอบรับเสียงแหบพร่ามากเก่า

“คุณสิริก็ปล่อยพิณก่อนสิค่ะ เรา...เราจะได้เข้าไปทานอาหารกัน” หญิงสาวพยายามขอร้อง แต่ลึกๆ ในใจแล้วเธอก็ไม่ได้กลัวใครจะมาเห็นจริงๆ นักหรอกเพราะเธอเองก็อยากเป็นแฟนคุณสิริเหมือนกัน แล้วยิ่งถ้าหากคนมาเห็นเป็นนักข่าว บ้างทีอะไรๆ ที่เธอคาดหวังอาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้

“หิวแล้วเหรอครับ”

“ก็...ค่ะ พิณแล้วหิวแล้ว” หญิงสาวเอ่ยตอบเสียงขาดห้วง ใจก็ชักจะเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกผู้บริหารหนุ่มจ้องจนตาไม่กะพริบ

“ทำไมใจคุณเต้นแรงขนาดนี้ล่ะครับ”

“เอ่อ...คือ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ยบอกว่าสาเหตุก็คือเขา

สิริโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจมูกของคนในอ้อมกอด เสี้ยววินาทีถัดมาริมฝีปากร้อนก็ทาบลงบนแก้มนุ่ม จูบแก้มนุ่มอ้อยอิ่งพร้อมกับเสียงร้องห้ามเบาๆ จากหญิงสาว ทว่าไม่ได้มีแรงดิ้นรนขัดขืนเลยแม้แต่น้อยสิริได้ใจเคลื่อนปากร้อนเข้าหาริมฝีปากบางที่เผยอออกราวกับเชิญชวน สัมผัสแสนเบาทว่าวาบหวามชวนรัญจวนทำให้กายสาวสั่นสะท้าน สองมือเล็กขยุ้มกำเสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังแน่นเมื่อจุมพิตหนักหน่วงมากขึ้น

“คุณ...สิริ” เสียงหวานดังขึ้นทันทีเมื่อเขาถอนจูบออกหลังจากปล้ำจูบอยู่นานจนเธอหายใจแทบไม่ออก

“ผมขอโทษครับ” สิริบอกเสียงแหบพร่าซบใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาว หลังจากจำใจถอนห่างจากความหวานในโพรงปากเล็ก

“คุณสิริ ปล่อยพิณเถอะค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอร้อง พยายามดันศีรษะของเขาออก

“ขอผมอยู่แบบนี้อีกสักพักนะครับ ผม...ผมไม่ไหวจริงๆ” เขาว่าพลางซุกหน้าไซ้ซอกคอของหญิงสาวพร้อมกันนั่นก็มีคนบางคนกดบันทึกภาพนั้นไว้ ไม่กี่วินาทีบุคคลคนดังกล่าวก็ร่นถอยห่างออกไปจากสองหนุ่มสาวที่ยืนกอดกันกลมในที่ลับตาคนแต่ไม่อาจรอดพ้นบุคคลนิรนามไปได้

“คุณสิริ ปล่อยพิณนะคะ” เสียงหวานดังขึ้นเมื่ออีกคนไม่มีท่าทีจะปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดของเขาเสียที

“ผมไม่อยากปล่อยคุณเลยที่รัก ผม...ผมชอบคุณ มันอาจเร็วไปสำหรับคุณ แต่สำหรับผมมันไม่เร็วเลย ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แล้วคุณล่ะ ชอบผมบ้างไหม” สิริภาพความในใจที่เขาไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้อีกแล้ว

“คุณสิริ” พิณแก้วขานเรียกเสียงแผ่วเบา ใจเต้นระรัว รู้สึกตื่นตันเมื่อได้รับฟังคำสารภาพของเจ้านายหนุ่ม แต่เมื่อหวนคิดได้ว่าคนที่บอกว่าชอบเธอนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว หัวใจที่เต็มไปด้วยความตื่นตันก็พลันเหี่ยวเฉาราวกับต้นไม้ไร้คนดูแลมาแรมปี

“คุณไม่เชื่อ” สิริแค่นยิ้มเล็กน้อย

“ไม่...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ แต่คุณสิริมีคู่หมั้นอยู่แล้วนะคะ”

หญิงสาวแย้งพร้อมทั้งเตือนตัวเองไปด้วยว่าคนที่กอดเธออยู่ตอนนี้มีเจ้าของแล้ว แต่จะให้เธอถอยห่างตอนนี้ก็ทำไม่ได้เพราะเพิ่งจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคุณสิริ ชายหนุ่มในฝันที่เธอได้แต่แอบเฝ้ามองมานานนับ ตั้งแต่ได้พบกับคุณสิริเมื่อครั้งที่คุณสิริไปเป็นวิทยากรให้กับมหาลัยของเธอจนทำให้เธอประทับนับแต่นั้นเป็นต้นมาและก็คาดหวังว่าสักวันคงได้เข้าไปทำงานใกล้ชิดกับเขา แล้ววันนี้ก็เป็นจริง

“ผมยังไม่ได้หมั้น” สิริตอบกลับรวดเร็วราวกับกลัวว่าหญิงสาวจะโกรธเคือง

“แต่ก็ใกล้จะหมั้นแล้ว” พิณแก้วเงยหน้าตอบด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกดรอยยิ้มบนมุมปากจนแทบจะมองไม่เห็น แต่สิ่งหนึ่งที่สิริสัมผัสได้คือแววตาหมองเศร้าของเธอ

“เราเข้าไปทานอาหารกันเถอะครับ” สิริรั้งหญิงสาวเข้ามาประทับจูบกลางหน้ามนแล้วผละห่างจากนั้นก็ทาบปากลงบนแก้มนุ่มก่อนจะโอบเอวพาหญิงสาวเข้าไปทานมื้อค่ำด้วยกันไม่ต่างจากคู่รัก

ขณะที่คนรักตัวจริงก็ได้แต่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้เลยว่าใครบางคนกำลังเฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปพบเธอซึ่งตอนนี้เขากำลังสนทนาอยู่กับบอดี้การ์ดที่ถูกส่งมาทำงานแบบลับๆ นานแล้วนับตั้งแต่เขามีความคิดจะเอาคืนผู้หญิงหน้าเงิน

“แล้วเจ้าตัวรู้หรือเปล่ากำลังถูกว่าที่คู่หมั้นหนุ่มสวมเขาให้” คลินท์ถามเสียงหยันเมื่อนั่งมองภาพของสองหนุ่มสาวไปยืนกอดจูบกันบนลานจอดรถผ่านหน้าจอเครื่องมือสื่อสารรุ่นล่าสุด เขายอมรับเลยว่ารู้สึกสะใจเมื่อผู้หญิงหน้าเงินกำลังถูกผู้ชายหลอกแต่ทว่าสิ่งที่เธอโดนกระทำแค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจของเขา!

“ผมมั่นใจว่าคุณนิดไม่ทราบครับ” โรเจอร์ตอบกลับอย่างมั่นใจ เพราะเขาเฝ้าตามติดคนทั้งสองมานานแล้วทำให้รู้อะไรดีๆ พอสมควร

“ดี! แบบนี้มันก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่” พูดจบก็กระตุกยิ้มร้ายลึก เมื่อแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวจากนั้นแผนการต่างๆ ก็ถูกถ่ายทอดให้กับบอดี้การ์ดหนุ่มฟัง

“แล้วผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำแข็งขัน

“ดี” พูดจบผู้เป็นเจ้านายก็กดวางสายจากลูกน้องแล้วเอนแผ่นหลังพิงพนักโซฟา ผ่านไปสักพักก็ไล่ดูภาพบนหน้าจอมือถืออีกครั้ง

สักวันคุณจะได้รู้ซึ่งว่าการถูกหักหลังมันเป็นยังไงริมฝีปากหยักกดยิ้มร้าย ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความสะใจ หากแต่ลึกๆ ในใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเช่นกัน                                                                                                                                                                                                                                          

******

ช่วงค่ำของวัน คลินท์เดินทางกลับบ้านพักทันทีหลังได้รับโทรศัพท์จากแม่บ้านว่าคุณย่าของเขามารอพบและยังบอกอีกว่าจะพาลูกชายของเขากลับไปด้วย คนห่วงลูกชายจึงรีบบึ่งรถกลับบ้านทั้งที่ยังเคลียร์งานไม่เสร็จ

“คุณย่า” ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในบ้านเขาก็ร้องเรียกหาผู้เป็นย่าทันทีด้วยความร้อนรุ่มใจ เพราะสังหรณ์ใจว่ามันจะต้องมีเรื่องแน่ ไม่งั้นคุณย่าของเขาคงไม่บุกมาหาถึงบ้าน

“ตาคลินท์ แกจะไปประเทศไทยทำไม”

ผู้เป็นย่าเอ่ยถามเสียงกร้าวทันทีที่ได้พบหน้าหลานชายเพียงคนเดียว ที่ท่านตั้งความหวังกับหลานชายเอาไว้มาก ไม่ว่าจะเรื่องงานและเรื่องครอบครัว แล้วผู้หญิงที่จะมาเป็นหลานสะใภ้ก็ต้องทัดเทียมหลานชาย ไม่ว่าจะฐานะหน้าตาทางสังคม แม้กระทั่งเชื้อสายก็ต้องดีด้วย ไม่ใช่ไปคว้าเอาผู้หญิงไร้สกุลเหมือนคนก่อนมาเป็นเมียที่ป่านนี้คงจะเสวยสุขอยู่กับเงินก้อนโตอย่างสบายใจไปแล้ว

“ผมต้องดูไปโรงงานครับ เพราะโรงงานที่นั่นใกล้เปิดแล้วผมเลยต้องไปดูด้วยตัวเอง ส่วนงานทางนี้คุณย่าไม่ต้องห่วงครับ” คลินท์เอ่ยตอบเสียงราบเรียบ พลางปรายตามองพยาบาลสาวที่คงจะมากับย่าของเขาอุ้มลูกชายของเขาอยู่ด้วยสายตาไม่พอใจ

“แกแน่ใจว่าจะไปดูโรงงาน ไม่ใช่กลับไปหาผู้หญิงไร้สกุลคนนั้น” ผู้เป็นย่าย้อนถามอย่างรู้ทันและท่านก็มั่นใจว่าหลานชายคงไม่ได้ไปดูโรงงานที่ประเทศไทยอย่างเดียวแน่นอน

“แล้วถ้าผมจะกลับไปเยี่ยมเยียนเมียเก่าของผมบ้าง มันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยนี่ครับคุณย่า” บอกไปแล้วก็ได้แต่ถอนใจเบื่อหน่าย เพราะคาดเดาเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องมีเรื่อง แล้วมันก็มีจริงๆ แต่ใครกันที่คาบข่าวไปบอกคุณย่า จนทำให้ท่านมาถึงที่บ้าน

“แต่ย่าไม่ต้องการให้แกกลับไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงไร้สกุลคนนั้นอีก ถ้าแกไม่เชื่อย่าแกกับย่าได้เห็นดีกันแน่!” คนเป็นย่าบอกเสียงเฉียบขาด อีกทั้งก็รู้สึกกลัวว่าเรื่องราวหนหลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนทำให้หลานชายหวนกลับไปคืนดีกับเมียเก่าหากได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเมียเก่าหนีกลับประเทศไปเพราะอะไร

“แล้วคุณย่ารู้ได้ไงล่ะครับว่าผมจะกลับไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอีก” คลินท์ถามกลับไปบ้าง แต่เขาก็ยอมรับว่ากำลังจะกลับไปหาคนที่ได้ชื่อว่าเมียเก่าจริง แต่เขาไม่ได้คิดจะกลับไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยนอกเสียจากกลับไปสั่งสอนเธอให้ได้หลาบจำเสียบ้างว่าอย่าคิดมาเหยียบย่ำหัวใจเขา!

“เพราะย่าดูออกไงว่าแกกำลังจะกลับไปหาเมียเก่า แต่ย่าบอกไว้ก่อนว่าย่าไม่มีวันยอมรับผู้หญิงไร้สกุลคนนั้นเข้ามาใช้นามสกุลร่วมกับย่าแน่นอนจำเอาไว้ตาคลินท์ แล้วเรื่องตาฟลินท์นี้ก็เหมือนกัน ย่าไม่ต้องการให้แกพาตาฟลินท์ไปด้วย ถ้าแกจะไปก็ไปคนเดียว ส่วนตาฟลินท์ต้องอยู่ที่นี่” ผู้เป็นย่ายื่นคำขาด

“ไม่ครับ ผมจะพาลูกชายของผมไปด้วย” คลินท์บอกเสียงแข็ง เขาไม่มีทางยอมให้คนเป็นย่าพาลูกชายของเขาออกไปจากบ้านแน่นอน

“แต่ย่าไม่ให้แกพาไป” ผู้เป็นย่าตวาดกร้าว พลางปรายตามองไปยังเด็กน้อยที่กำลังมองดูผู้ใหญ่ทั้งโต้เถียงกันไปมาตาแป๋ว ก่อนที่คลินท์จะสั่งให้บารอนเข้าไปเอาตัวลูกชายขึ้นไปพัก

“หยุดบารอน! อย่ามาแตะต้องตาฟลินท์เด็ดขาด” คุณเซียล่าหันไปตวาดห้ามบอดี้การ์ดของหลานชายส่งผลให้หนุ่มน้อยทำหน้าเบ้แล้วร้องไห้ ปากจิ้มลิ้มน่ารักก็พร่ำเรียกหาแต่บิดาจนทำให้พยาบาลสาวนามว่าจูเลียจำต้องปล่อยเด็กน้อยไปหาคนเป็นพ่อ

“ตาฟลินท์มานี่!” ผู้เป็นย่าตวาดเรียกหนุ่มน้อยเสียงดังลั่น

“อย่าตวาดใส่ลูกผมครับอีกคุณย่า แล้วไม่ว่ายังไงผมก็จะพาลูกชายผมไปด้วย ส่วนเรื่องที่คุณย่าคิดจะรั้งลูกของผมเอาไว้เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองกับผม ผมว่าคุณย่าเลิกใช้วิธีนี้เถอะครับ เพราะยังไงผมก็จะพาลูกผมไปด้วย ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้นผมกลับไปหาแน่ แต่ผมไม่ได้คิดจะกลับไปคืนดีด้วย คุณย่าวางใจได้เลย”

คลินท์บอกเสียงแข็งพลางโอ๋ลูกชายตัวน้อยไปด้วยและเพียงไม่กี่นาทีหนุ่มน้อยก็หยุดร้องไห้แล้วอิงซบซอกคอคนเป็นพ่ออย่างออดอ้อน

“แกกล้าสั่งย่าเหรอตาคลินท์” คุณเซียล่าตวาดกลับด้วยความไม่พอใจเมื่อหลานชายเริ่มแข็งข้อเข้าใส่

“ผมไม่ได้สั่งครับแค่ขอร้องว่าอย่าตวาดใส่ลูกของผมอีก แกยังเด็กมากผมไม่อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านทำนิสัยไม่ดีต่อหน้าแก” คลินท์ปรับโทรเสียงให้อ่อนลง แต่ความไม่พอใจก็ยังฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา

“ฮึ! แกมันหลงลูกของแกมากไปแล้วนะตาคลินท์ แล้วอย่าให้ย่ารู้ว่าแกกลับไปหลงนังแม่มันอีกก็แล้วกัน ไม่งั้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างของพ่อแม่แก ฉันจะยกให้คนอื่นให้หมด”

ผู้เป็นย่าเอ่ยเสียงกราดเกรี้ยว ใจก็ยิ่งแค้นเคืองผู้หญิงไร้สกุลคนนั้นที่ทิ้งสายเลือดเอาไว้ให้มันทิ่มแทงหัวใจของตน แล้วหากรู้ว่าการเอาเด็กนอกสมรสคนนี้เอาไว้แล้วจะทำให้หลานชายเพียงคนเดียวคิดแข็งข้อแบบนี้ ครั้งนั้นคงให้เด็กนอกคอกคนนี้ไปอยู่กับแม่ไร้สกุลคนนั้นเสียก็ดี

        แสดง 5 - 5
วันที่โพสต์ :  26 พ.ค. 2560 09:38    วันที่อัพเดท :   1 ก.ย. 2560 11:11    › จำนวนผู้เข้าชม 13232 คน
   › คะแนนโหวต 576 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :