นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทวงรักสิเน่หาเถื่อน [วางแผงแล้วนะคะ]    by tichakorn
ชื่อตอน ตอนที่ 5-2


 “นิดเดินเองได้ค่ะ” นิธาราเอ่ยตอเสียงสะบัด ก่อนจะเร่งเดินเข้าไปในงานตามลำพัง

ทางด้านสิริก็ยืนหัวเสียอยู่ที่เดิมทามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของแขกเหรื่อในงานและลุ้นว่างานหมั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ในเมื่อสองหนุ่มสาวดูท่าจะโกรธเคืองกันมากทีเดียว แต่ไปโกรธเคืองกันด้วยเรื่องอะไรนั่นคงต้องสืบต่อ

“ตาสิริ ทำไมแขกถึงได้พากันซุบซิบแล้วมองมาที่แก” คุณหญิงฤทัยรัตน์ที่มองดูผู้คนแล้วก็ชักสงสัยจึงรีบเดินเข้ามาถามลูกชายทันที ข้างๆ กันก็เป็นคนรับใช้คนเก่าแก่ ซึ่งมีฐานะเป็นถึงมารดาของคู่หมั้นลูกสาวรอฟังคำตอบอยู่เช่นกัน

“ไม่มีอะไรครับ” ตอบมารดาแต่สายตายังคงจับจ้องไปที่คู่หมั้นสาว ที่เขาจะไม่รีรออีกต่อไปแล้ว หลังจากหมั้นเขาจะต้องเป็นเจ้าของเธอให้ได้!

“ไม่มีได้ยังไง ก็แม่เห็นคนในงานจับกลุ่มซุบซิบแล้วก็พากันมองมาที่แก หรือว่าแกทะเลาะกับยายนิดกลางงานมากันล่ะ คนในงานถึงได้จ้องมองแกตาไม่กะพริบแบบนี้” คุณหญิงฤทัยรัตน์คาดคั้นบุตรชายด้วยสีหน้าไม่พอใจ เพราะไม่อยากให้ครอบครัวตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

“คุณแม่ อย่าเพิ่งมาซักไซ้ผมตอนนี้ได้ไหมครับ” สิริตอบมารดาด้วยใจยังคุกรุนด้วยความโมโหที่คู่หมั้นสาวมีท่าทีรังเกียจราวกับว่าเขาเป็นพวกสัตว์น่าขยะแขยง

“ก็แล้วแกทำอะไรไว้ล่ะ” คนเป็นแม่ถามเสียงเครียด เพราะกลัวว่างานหมั้นจะล้ม แล้วยิ่งมารู้มารู้เห็นว่าลูกชายพาผู้หญิงอีกคนมาด้วยทั้งที่ตัวเองกำลังจะหมั้นก็ยิ่งหวั่นใจกลัวว่าลูกชายจะล้มงานหมั้น

“ผมทำอะไรครับคุณแม่ นิดงอนผมที่ผมหายไปนานแค่นั้นเอง แต่เรื่องแค่นี้ผมจัดการเองได้คุณแม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมรับรองว่างานหมั้นจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ คุณแม่วางใจได้เลย” พูดจบก็เดินตามคู่หมั้นสาวเข้าไปภายในงานที่ตอนนี้ผู้คนยังไม่เลิกซุบซิบ แต่มีหรือที่เขาจะสน!

ขณะที่สิริกำลังเดินเข้าไปนานก็มีกลุ่มคนเกือบสิบคนเดินเข้ามา คุณหญิงฤทัยรัตน์ รวมทั้งคนอื่นๆ ต่างพากันหันไปมองด้วยความสงสัยเพราะต่างก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของคนกลุ่มนี้ แต่บ้างส่วนก็พากันซุบซิบเรื่องความหล่อเหลาของชายคนหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าใคร

“นั่นใครกันค่ะ คุณหญิง” แม่บ้านคนเก่าคนแก่เอ่ยถามขึ้น

“ไม่รู้เหมือนกัน แม่สาย บ้างทีอาจจะมาผิดงานก็ได้” คนเป็นนายหญิงหันมาตอบเสียงเรียบๆ แต่ใจก็นึกหวั่นอยู่เหมือนกันเพราะกลัวว่าคนเหล่านั้นจะมาทำลายงานหมั้น ส่วนคนว่าจ้างคงหนีไม่พ้นผู้หญิงที่ลูกชายพาไปซ่อนไว้บนห้องพักเป็นแน่

“สวัสดีครับ คุณหญิงฤทัยรัตน์” หนุ่มหล่อที่ดูโดดเด่นกว่าใครเอ่ยทักทายที่ทำเอาคุณหญิงประหลาดใจมากยิ่งขึ้นเมื่อหนุ่มฝรั่งคนนี้รู้จักชื่อ

“คุณมาผิดงานกันหรือเปล่า เพราะฉันไม่เคยให้การ์ดเชิญคุณ” คุณหญิงฤทัยรัตน์เอ่ยถามด้วยภาษาอังกฤษน้ำเสียงเป๊ะราวกับเจ้าของภาษา

“ไม่ผิดครับ เพราะผมเป็นเพื่อนเก่าของคุณนิด เมื่อครั้งที่คุณนิดเรียนอยู่ที่อังกฤษ พอผมได้ข่าวว่าคุณนิดจะหมั้นวันนี้ผมเลยมาแสดงความยินด้วยก็เท่านั้นเองครับ” คลินท์ คาร์เตอร์ นักธุรกิจหนุ่มเสน่ห์แรงตอบกลับด้วยภาษาไทยแม้จะไม่ชัดเหมือนเจ้าของภาษาก็ตามทีแต่เขาก็สื่อสารกับคนไทยได้

“เพื่อนยายนิด” คุณหญิงฤทัยรัตน์อุทานเบาๆ ก่อนจะหันไปมองแม่บ้านคนเก่าคนแก่ที่อีกฝ่ายก็ดูตกใจไม่แพ้ผู้เป็นนายหญิง

“ใช่ครับ” คลินท์ตอบกลับเสียงราบเรียบ

“ยายนิดไม่เคยเล่าเลยว่าจะมีเพื่อนมางานด้วย” คุณหญิงฤทัยรัตน์ยังไม่ค่อยไว้ใจหนุ่มต่างชาติ

“คุณนิดอาจจะลืมบอกก็ได้ครับ” คลินท์ตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทางด้านคุณหญิงฤทัยรัตน์ก็สองจิตสองใจว่าจะเชิญหนุ่มฝรั่งเข้าไปในงานดีหรือไม่

“วางใจเถอะครับ ผมมาดี ไม่ได้คิดจะมาล้มงานหมั้นของลูกชายคุณหญิง” คลินท์บอกเพื่อให้อีกฝ่ายวางใจ

“ถ้างั้นก็...เชิญในงานได้เลย” เมื่อไม่อาจไล่แขกหนุ่มต่างชาติไปได้คุณหญิงฤทัยรัตน์จึงเอ่ยปากเชื้อเชิญตามมารยาท ทว่าพอพ้นกลุ่มคนต่างชาติเดินเข้าไปในงาน คุณหญิงก็สั่งให้ผู้ดูแลความปลอดภัยของงานจับตาดูกลุ่มคนเหล่านั้นให้ดี จากนั้นจึงเดินเข้าไปในงานที่ตอนนี้พิธีการต่างๆ กำลังจะเริ่มขึ้น

“นิด ทำหน้าให้ดีหน่อย เดี๋ยวแขกก็เอาไปนินทากันหรอกว่านิดโดนบังคับให้หมั้นกับพี่ เร็วสินิด” สิริกระซิบบอกเสียงเข้ม

“นิดไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงสาวบอกอย่างไม่ใส่ใจ

“นิด! ทำตามที่พี่บอกเดี๋ยวนี้” สิริตวาดใส่เสียงดังทำให้เอาคุณหญิงฤทัยรัตน์แทบจะลมจับไปเสียให้ได้เมื่อจู่ๆ สองหนุ่มสาวที่กำลังจะสวมแหวนหมั้นให้กันถกเถียงกันเสียงอย่างนั้น

“สิริ ยายนิด มีอะไรกันก็ค่อยเคลียร์กันทีหลังได้ไหม” คุณหญิงฤทัยรัตน์เอ็ดเบาๆ พร้อมกับทำหน้าตาดุใส่เพื่อเร่งให้ทั้งสองหยุดเถียงแล้วก็จัดการหมั้นกัน

“ทำหน้าให้ดีๆ นิด” สิริรับปากมารดาแล้วหันมากระซิบสั่งคู่หมั้นสาว

“ค่ะ” นิธารารับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ดี” คู่หมั้นหนุ่มยิ้มอย่างผู้ชนะที่ทำให้คู่หมั้นสาวตกอยู่ใต้อาณัติของตัวเองได้สำเร็จ

“สิริ” คุณหญิงฤทัยรัตน์เอ่ยเรียกลูกชายเสียงต่ำเมื่อลูกชายยังไม่จัดการสวมแหวนหมั้นเสียที

“เดี๋ยวนี้เลยครับคุณแม่”

“ก็รีบสวมแหวนเข้าสิ แขกเหรื่อพากันสงสัยไปหมดแล้ว” คุณหญิงฤทัยรัตน์เร่งเร้าแล้วหลังจากสิ้นงานครั้งนี้บรรดานักข่าวต้องเล่นข่าวเรื่องนี้แน่

สิรินำแหวนเพชรน้ำหนัก 5 กะรัตมาสวมให้คู่หมั้นสาวและหลังจากคู่หมั้นสาวยกมือไหว้คู่หมั้นหนุ่มแล้วเธอก็หันไปหยิบแหวนมาสวมให้กับคู่หมั้น จังหวะนั้นที่เธอได้เห็นใครบางคนเข้า สองมือเล็กเริ่มสั่นจนระงับเอาไว้ไม่อยู่ทำให้แหวนหล่นลงพื้นสร้างความแตกตื่นให้กับแขกเหรื่อไม่น้อย ก่อนที่คุณหญิงฤทัยรัตน์จะเป็นฝ่ายนำแหวนมาส่งให้คนที่ควบคุมอาการตื่นเต้นระคนหวาดกลัวจนแยกแยะไม่ออกยื่นมือไปรับแหวนมาสวมให้กับคู่หมั้นหนุ่ม กระทั่งพิธีการต่างๆ ผ่านพ้นไปแล้วเธอจึงขอตัวกลับขึ้นไปยังห้องแต่งตัวทันทีแม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาท ทว่าเธอไม่สามารถยืนอยู่ในงานนี่ได้อีกต่อไป

“พี่สิริ ปล่อยนิด” นิธาราเอ่ยขอร้องคู่หมั้นหนุ่มที่ไม่ยอมให้เธอขึ้นไปพักผ่อนทั้งที่คุณหญิงอนุญาตแล้ว

            “พี่ไม่ให้นิดไปไหนทั้งนั้น” สิริรั้งคู่หมั้นสาวเอาไว้แม้มารดาจะอนุญาตแล้วก็เถอะ

“ปล่อย พี่สิริ” นิธาราสะบัดแขนจนหลุด จากนั้นก็รีบแยกตัวออกไปโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองอยู่ก่อนที่เจ้าของสายตาเรียบเฉยจะพยักหน้าเล็กน้อยให้บอดี้การ์ดข้างกายออกไปจากงาน

“ผมขอตามไปด้วยนะครับ” โรเจอร์พูดขึ้นเมื่อเจ้านายหนุ่มสั่งให้ไปรอที่รถโดยไม่ยอมให้ใครตามไปด้วย

“ไม่ต้อง พวกนายไปกันได้แล้ว” คลินท์เดินออกไปทันทีเมื่อสั่งให้ลูกน้องออกไป ทางด้านโรเจอร์ก็ยังยื่นอยู่ที่เดิมเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านายหนุ่ม แต่ในที่สุดเขาก็จำต้องไปรอเจ้านายหนุ่มที่รถเพราะไม่กล้าขัดคำสั่งเจ้านาย

******

            นิธาราเดินมาห้องแต่งตัวแล้วก็รีบเปิดประตูเข้าไปทันที ที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว เธอเดินไปนั่งหน้ากระจกแล้วก้มมองแหวนเพชรวาบวับบนนิ้วด้วยสายตาว่างเปล่าที่หากเธอกล้าอีกสักนิดคงไม่ต้องหมั้นกับพี่สิริ ไม่นานแหวนเพชร 14 กะรัตก็ถูกถอดออกจากนิ้ว

            “ราคามันน้อยเกินไปหรือไงถึงได้รีบถอนออก” เสียงห้วนจัดดังอยู่ด้านหลังทำให้คนที่เพิ่งถอนแหวนออกจากนิ้วตัวแข็งทื่อ พยายามคิดว่าตัวเองหูฟาดไป แต่มันไม่ใช่ เมื่อเธอมองเห็นเงาของเขาในกระจก

“คุณ...คลินท์” นิธาราตกใจหน้าซีดเผือด ใจหล่นหายไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้พบหน้าคนเคยรักอีกครั้ง ทั้งที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้มีวันได้พบเขาอีกแล้ว

“แค่เห็นหน้าผัวเก่าก็ถึงกับช๊อกไปเลยหรือไง” เจ้าของร่างสูงตอบกลับอย่างช้าชัด มุมปากของเขาผุดรอยยิ้มดูแคลนปนเย้ยหยันออกมา

“ฉะ...ฉัน...”

“นอกจากช๊อกแล้วยังพูดไม่ออกอีกด้วย ดีใจมากเลยสินะที่ได้เห็นหน้าผัวเก่า น่าประทับใจจริงๆ” พูดจบคลินท์ก็ตบมือสามสี่ครั้งพร้อมรอยยิ้มที่อีกคนไม่อยากเห็น

“ฉะ...ฉัน...ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ กรุณาอย่าพูดหยาบคายแบบนี้อีก” นานหลายนาทีกว่าเธอจะเอ่ยตอบเขากลับไป อึดใจต่อมาก็รีบผละหนีคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเขายื่นมาแตะไหล่

“รังเกียจผัวเก่าขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงไม่ยอมให้ผัวเก่าคนนี้แตะต้องบ้าง” คลินท์เหยียดปากยิ้ม พลางสอดสองมือล้วงกระเป๋าด้วยท้วงท่าสบาย

“คุณไม่ใช่สามีของฉัน กรุณาอย่าพูดแบบนี้อีก” พูดจบก็เดินหนีตรงไปยังประตูห้องแต่ก็ช้าไปว่ามือหนาที่กระชากเพียงครั้งเดียวร่างบางก็ถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย

“ปล่อยฉัน” ร่างบางเอ่ยสั่งเสียงดังเท่าที่จะทำได้ พลางดิ้นรนขัดขืนสุดแรงแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากอ้อมกอดนั่นได้

“ขอร้องผมดีๆ เผื่อผมจะยอมปล่อยคุณ แต่ถ้าไม่ทำตามที่ผมสั่ง ผมก็จะกอดคุณไว้แบบนี้จนกว่าคู่หมั้นของคุณจะขึ้นมาตาม คิดดูให้ดีนะแล้วกัน” คลินท์โน้มหน้าลงมากระซิบ ปากหยักสัมผัสแก้มนุ่มเพียงเท่านั้นก็ทำให้เจ้าของแก้มนุ่มหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

“คนสารเลว ปล่อยฉันนะ ปล่อย” เจ้าของร่างบางพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นบอกเขาไป

“ใครกันแน่ที่เลว คิดให้ดีๆ ก่อนจะพูดคำนี้ออกมา” น้ำเสียงของเขาดุดันต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ มิหนำซ้ำแรงกอดรัดก็แนบแน่นมากขึ้นจนแทบหายไม่ออก

“ไม่จำต้องเป็นคิด เพราะคนที่เลวก็คือคุณ” น้ำเสียงหวานสั่นตอบกลับอย่างรวดเร็วแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด สองมือเล็กก็เพียรผลักไสเขาออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จอีกตามเคย

“นิด!” คลินท์ตวาดใส่ ใบหน้าเครียดจัด สันกรามนูนเด่นจนเห็นได้ชัด

“ปล่อยฉัน” เจ้าของร่างบางพยายามจะพาตัวเองออกจากอ้อมกอดแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที กระทั่งมีคนเปิดประตูเข้ามาทำให้เธอหลุดมาจากอ้อมกอดของคนเคยรักได้

“นิด!! ไอ้หมอนี่เป็นใคร” สิริที่ขึ้นมาตามคู่หมั้นสาวตวาดถามไปทันที และความโกรธแล่นพล่านด้วยเช่นกัน

“คือ...เขา...เป็น...” นิธาราอ้ำอึ้งเพราะยังคิดหาคำตอบไม่ทัน ทั้งตกใจทั้งช๊อกกับการที่ได้เห็นคนเคยรัก

“ผมเป็นเพื่อนเก่าที่สนิทมากของคู่หมั้นคุณ แล้วที่ผมมาในวันนี้ ก็เพราะผมจะให้คู่หมั้นของคุณไปทำงานให้กับผม ซึ่งคู่หมั้นของคุณก็ตอบตกลงกับผมแล้ว ผมหวังว่าคุณคงไม่มีปัญหาอะไร” คลินท์เป็นฝ่ายตอบแทนสาวสวยที่ตอนนี้กำลังยื่นอึ้งอยู่

“พี่ไม่ให้นิดไปทำงานกับใครหน้าไหนทั้งนั้น นิดเป็นของพี่” สิริบอกเสียงกราดเกรี้ยว พลางเดินเข้าไปกระชากแขนของคู่หมั้นสาวด้วยความโกรธ

“พี่สิริ ปล่อยนิดนะคะ” นิธาราเอ่ยของร้อง บิดแขนออกจากมือของคู่หมั้นจนเจ็บร้าวไปทั้งแขน แต่พี่สิริก็ไม่ยอมปล่อย

“หยุดดิ้นได้แล้ว!” สิริตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“พี่นั่นแหละที่ต้องปล่อยนิด ปล่อย พี่สิริปล่อยนิด” นิธาราขอร้องน้ำตาคลอ เพราะเจ็บที่แขนจากแรงบีบของคู่หมั้นหนุ่ม

“พี่ไม่ปล่อยให้นิดไปเสนอตัวให้มัน! ในเมื่อพี่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของนิด นิดก็อย่าหวังจะได้ไปจากพี่” สิริบอกเสียงกร้าวทำเอาคนถูกจับไว้หยุดดิ้นโดยพลัน เธอมองหน้าคนที่ตัวเองนับถือมาตลอด ไม่เคยคิดเลยว่าพี่สิริจะพูดคำนี้อีกมา

“ปล่อย” คู่หมั้นสาวร้องสั่ง พลางผลักไสคู่หมั้นหนุ่ม

“ฝันไปเถอะพี่ว่าจะปล่อยให้เธอไปอ่อยไอ้ฝรั่ง แต่ถ้าอยากจะไปนอนกับมันมาก ก็ไปบอกมันให้รอหลังจากพี่ได้เธอก่อนก็แล้วกัน!” สิริตะคอกกลับด้วยใบหน้าดุดัน ขณะเดียวกันคนที่ถูกกล่าวถึงก็ยืนกอดอกมองคนทั้งสองโต้เถียงกันอยู่โดยไม่คิดจะห้าม เพราะเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอดีตคนรักจะเอาตัวรอดได้อย่างไร

“พี่สิริ!” นิธาราตกใจไปกับคำพูดของคู่หมั้นหนุ่ม

“ไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นก็ได้นิด เพราะยังไงนิดก็ต้องเป็นของพี่อยู่ดี” ขาดคำนั้น ฝ่ามือเล็กก็สะบัดใส่ใบหน้าของคู่หมั้นหนุ่มทันทีโดยมีสายตาคมคู่หนึ่งเฝ้ามองอยู่อย่างเงียบๆ ขณะที่สิริก็หน้าหันไปตามแรงตบ อึดใจต่อมาก็หันกลับมา

“มันจะมากไปแล้วนะนิด เธอกล้าดียังไงถึงมาตบพี่ห๊ะ!” สิริตวาดใส่เสียงดังจนคนฟังหูแทบดับ

“ก็พี่พูดดูถูกนิด” เจ้าของร่างบางโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัวว่าคู่หมั้นหนุ่มจะทำอันตราย

“ก็แล้วเรื่องที่นิดนัดไอ้ฝรั่งมาพบที่ห้องนี่แหละ มันคืออะไร แสแสร้งเก่งจริงๆ  ทำเป็นบอกกับแม่พี่ว่าไม่ค่อยสบาย แต่ดันนัดให้ไอ้ฝรั่งขึ้นมาพบ อยากผู้ชายมากขนาดนั้นเลยหรือไง” สิริตอบกกลับด้วยน้ำเสียงเดิม แต่เห็นจะโมโหมากกว่าเดิมเมื่อคู่หมั้นสาวไม่ยอมรับว่านัดมันมาพบ

“ผมต่างหากที่นัดคู่หมั้นของคุณขึ้นมาพบ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า คุณสิริ”

คลินท์ที่ยืนมองอยู่นานแล้วพูดขึ้น ยิ่งทำให้สิริเดือดดาลมากกว่าเดิมเป็นพันเท่า ก่อนจะเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วปล่อยมัดหนักๆ เข้าซีกแก้มของหนุ่มฝรั่ง แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังเมื่อหนุ่มฝรั่งยกมือขึ้นคว้าหมัดนั่นเอาไว้ได้ ก่อนที่หนุ่มไทยจะเซล้มกระแทกพื้น

“พี่สิริ!” นิธาราร้องเรียกด้วยความตกใจ แต่พอตั้งสติได้ก็เข้าไปประคองคู่หมั้นหนุ่มให้ลุกขึ้นเพราะอย่างน้อยพี่สิริก็เป็นลูกชายของผู้มีพระคุณ แต่ความห่วงใยอันน้อยนิดที่มีให้นั่นกลับเปิดโอกาสให้สิริเข้าสวมกอดเธอได้อย่างง่ายดาย ที่สิริต้องการประกาศให้หนุ่มฝรั่งได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา!

“พี่สิริ ปล่อย” พูดจบก็ผลักร่างใหญ่ออกไปก่อนที่เธอจะเดินไปยังประตูห้องแล้วปล่อยให้สองหนุ่มอยู่กันตามลำพัง หากเขาจะทำอะไรก็เรื่องของพวกแต่ยังไม่ทันไปถึงประตู คู่หมั้นก็โผเข้ามาสวมกอดและพยายามจะจูบคู่หมั้นสาว

“พี่สิริ! ปล่อยนิด ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้” นิธาราผลักไสคู่หมั้นหนุ่มเท่าที่จะมีแรง

“พี่ไม่มีวันปล่อยนิดไปให้ผู้ชายคนอื่น ไม่มีวัน” พูดจบ ร่างก็ลอยหวือกระเด็นออกจากคู่หมั้นสาว ตามมาด้วยหมัดอันหนักหน่วงปะทะซีกแก้ม

“ไอ้ระยำ!” สิริพ่นคำหยาบคาบต่อว่าศัตรูคนใหม่ ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นแล้วปรี่เข้าไปหมายจะซัดหมัดเอาคืนบ้างแต่กลับถูกหมัดของหนุ่มฝรั่งสวนกลับมาจนล้มกลิ้งไปอีกครั้ง

“ฉันจะฆ่าแก” สิริประกาศกร้าวทั้งที่ตัวยังลุกไม่ขึ้นเพราะความเจ็บ

“ก็ลุกขึ้นมาสิ” คลินท์พูดท้าท้าย ขณะที่นิธาราก็ได้แต่ยืนมองสองหนุ่มสลับกันไปมา ยอมรับว่าตกใจที่เห็นพี่สิริโดนทำร้าย แต่แข้งขาเธอมันไม่ได้ขยับเข้าไปห้าม

“ไอ้เลว แกเป็นใครมาจากไหน ถึงมาทำใหญ่ที่นี่” พูดจบก็พยุงตัวลุกขึ้นแม้จะเจ็บแปลบตามร่างกาย แล้วปรายตามองไปยังคู่หมั้นสาวอย่างแค้นเคืองที่คิดจะเข้ามาดูเขาเลย

“ถ้าอยากรู้ว่าผมเป็นใครมาจากไหนก็ถามคู่หมั้นของคุณดู รับรองคุณได้รู้ทุกซอกทุกมุมแน่นอน แต่บ้างทีคู่หมั้นสาวของคุณอาจจะบอกคุณไม่หมดก็ได้” คลินท์พูดเป็นปริศนาก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อดีตคนรัก

“คุณ...จะทำอะไร” นิธารากระซิบถาม พลางสะบัดมือออกจากกอบกุมของมือหนา คลินท์ยิ้มมุมปากแล้วโน้มหน้าลงมาปากหยักแตะแก้มนุ่ม แล้วผละออกมองไปยังคู่หมั้นของอดีตคนรักที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าเขาอยู่ คลินท์ไหวไหล่น้อยๆ

“คุณคลินท์!” คนถูกขโมยหอมขานเรียกด้วยความตกใจ

“ผัวเก่าขอจูบแค่นี้ไม่ได้หรือไง หรือว่าเก็บเอาไว้ให้คู่หมั้น แต่คุณอย่าลืมบอกคู่หมั้นของคุณด้วยล่ะว่าพรหมจรรย์ที่หมอนั่นอยากได้ มันไม่มีเหลือแล้ว” พูดจบคลินท์ก็ยิ้มใส่ดวงตาคู่หวานที่เบิกตาจนแทบถลน

“คุณ...มัน...” ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกจนปัญญาจะหาคำมาตอบโต้เขา

“ไม่กล้าบอกเพราะกลัวคู่หมั้นจะรับไม่ได้ แต่ผมมาคิดๆ ดูแล้วระหว่างที่คุณหอบเงินของคุณย่าผมหนีกลับมาประเทศบ้านเกิด ผมว่าคุณคงเอาเงินจำนวนนั้นไปทำให้พรหมจรรย์ของคุณกลับมาแล้วกระมัง” คลินท์บอกด้วยเสียงยียวน หากแต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันระคนดูแคลน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นที่เธอเห็นเงินดีกว่าเขาและลูกชายตัวน้อย

“ฉันไม่ได้ทำ” ไม่รู้เพราะอะไรทำให้เธอรีบปฏิเสธข้อกล่าวหาของเขา

“งั้นก็บอกคู่หมั้นของคุณไปว่าสิ่งที่หวังมีคนอื่นพรากไปแล้ว” คลินท์ยกมือขึ้นมาไล้แก้มนุ่มแผ่วเบา ก่อนจะหันไปยิ้มกับคู่หมั้นของอดีตคนรัก

“คุณ!” นิธารามองหน้าผู้ชายตรงหน้าราวกับไม่เคยพบเห็นมาก่อน ใจเต้นโครมครามแบบไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งได้จ้องมองตาเขาใจก็ยิ่งเต้นกระหน่ำ

“มองหน้าคุณนานๆ แล้วผมก็คิด...” คลินท์หยุดพูดแล้วคลีปากยิ้มแล้วพูดต่อ” คิดอยากลากคุณขึ้นเตียงแล้วก็ทำแบบที่เราเคยทำกันมาก่อน หวังว่าคุณคงไม่ลืมบทรักของผม” ปากหยักทาบลงบนหน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาที่จมูกโด่งรั้นน่ารักอย่างไม่คิดเกรงใจคู่หมั้นของอดีตคนรัก ทางด้านสิริที่กัดฟันลุกขึ้นยืนได้แล้วก็เข้ามากระชากคู่หมั้นออกจากหนุ่มฝรั่งด้วยความโกรธแค้นที่คู่หมั้นสาวยอมให้ไอ้ฝรั่งจูบโดยไม่คิดจะห้ามปรามแต่ที่กับเขาเล่นตัว!

“พี่สิริ! นิดเจ็บนะ” นิธาราฟาดมือลงบนแขนคู่หมั้นหนุ่มไม่ยั้งเพื่อให้เขาปล่อย

“พี่จะทำให้เจ็บกว่านี้อีก ถ้าเธอยังไปให้ท่าไอ้ฝรั่ง!” สิริตอบกลับแบบดับสิ้นความหวังของคู่หมั้นสาวแต่เธอไม่มีทางยอมแพ้

“หยุดดูถูกนิดซะทีพี่สิริ” พูดจบก็จะสะบัดตัวออกจากคู่หมั้นหนุ่มก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงร้องเรียกของสิริ

“นิด! กลับมาเดี๋ยวนี้” สิริตะโกนสั่งเสียงดังลั่น ทว่าคู่หมั้นสาวไม่คิดจะสนใจด้วยการตั้งหน้าตั้งตาวิ่งออกไปให้พ้นโรงแรมแห่งนี้โดยมีใครบางคนแอบตามไป

“เรียกให้ตาย คู่หมั้นของคุณก็ไม่กลับมา” คลินท์เอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ สะใจไม่น้อยกับการมาร่วมงานหมั้นในครั้ง แต่นี้มันแค่เริ่มต้น

“แกหุบปากไปเลยไอ้ฝรั่ง แล้วอย่าคิดว่าแกจะได้นอนกับคู่หมั้นของฉัน ถ้าฉันไม่อนุญาต!” สิริหันมาตอบเสียงกร้าว เพราะเขาถือไพ่เหนือกว่าอีกฝ่ายเห็นๆ ในเมื่อเขาเป็นคู่หมั้น

“ผู้ชายอย่างคุณนี้น่าจะ...” คลินท์หยุดหายใจแล้วพูดต่อ “น่าจะไปส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่ามีอะไรเหนือกว่าผมบ้าง” พูดจบก็กดยิ้มนิดๆ บนมุมปาก แล้วเขาก็แน่ใจแล้วว่าอดีตคนรักไม่ได้บอกเรื่องมีลูกกับคนในครอบครัว

“ฉันเหนือกว่าแกตรงที่นิดเป็นคู่หมั้นของฉันไง” สิริกดยิ้มบ้าง

“อืม” คลินท์ครางรับในลำคอแล้วมองหน้าหนุ่มไทยนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มออกมา แล้วพูดต่อ”ถ้างั้นคุณก็รีบออกไปตามหาคู่หมั้นของคุณ”

“แกอย่าเสือกมาสั่งฉัน ไอ้ฝรั่ง” สิริตวาดกลับอย่างหัวเสียเพราะยังแคลงใจกับถ้อยคำของหนุ่มฝรั่ง แล้วมันจะเหนือกว่าเขาไปได้อย่างไร ในเมื่อนิดเป็นคู่หมั้นของเขาแล้ว!  

“เผอิญผมชอบเสือกซะด้วย แล้วงานนี้ผมก็อยากเตือนคุณว่า หลังจากวันนี้ไปคุณก็ช่วยดูแลคู่หมั้นคนสวยของคุณเอาไว้ให้ดีๆ แล้วกัน” พูดจบก็เดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี ทางด้านสิริก็มองตามหลังหนุ่มฝรั่งไปด้วยความคับแค้นใจ

“แกอย่าหวังไปเลยว่าจะได้เอานิดไปจากฉันได้” ขาดคำก็เดินออกไปตามหาคู่หมั้นสาวก่อนที่หนุ่มฝรั่งจะหาเจอก่อน

        แสดง 11 - 11
วันที่โพสต์ :  26 พ.ค. 2560 09:38    วันที่อัพเดท :   1 ก.ย. 2560 11:11    › จำนวนผู้เข้าชม 13828 คน
   › คะแนนโหวต 695 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :