นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ปมร้ายลิขิตรัก (e-book โหลดได้แล้วค่ะ)    by ANGSAWAN
ชื่อตอน ตอนที่ 2.2


การันต์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ในช่วงบ่าย โดยในห้องพักของหลานสาวก็มีป้าพรรณรษาคอยดูแลชญาภาอยู่

                “สวัสดีครับคุณป้า”

                “ตาการันต์ มาแล้วเหรอ”

                “ครับคุณป้า แล้วคุณแม่ไปไหนครับ”

                “ป้าให้แม่แกให้ไปพักที่บ้านแล้ว อยู่เฝ้ายัยภาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเดี๋ยวจะล้มป่วยเอา”

                “แล้วยัยภาเป็นยังไงบ้างครับ”

                “ป้าก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน แต่ร่างกายดีขึ้นแล้ว แต่ยัยภาไม่พูดไม่จากับใครเลย ป้ากับแม่แกเป็นห่วงเลยให้นอนดูอาการต่อ”

                “ถ้างั้นผมจะลองคุยกับยัยภาดูครับ”

                “ก็ดี แต่ป้าขอตัวกลับบ้านก่อนนะ แล้วเย็นๆ ป้าจะมาเปลี่ยนให้เราไปพัก” สิ้นเสียงของพรรณรษา ชญาภาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงมาหลายชั่วโมงก็พูดขึ้น “ภาอยากกลับบ้าน”

                การันต์ได้ยินเสียงหลานสาวก็รีบเข้าไปดู “แต่น้าอยากให้ภานอนโรงพยาบาลต่อ”

                “ไม่เอา! ภาจะกลับบ้าน อาการันต์ต้องให้ภากลับเดี๋ยวนี้”

                “ยัยภา! แกจะมาขึ้นเสียงใส่คนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ แล้วก็เพราะแกคนเดียวทำให้คนวุ่นวายกันทั้งบ้าน”

                “ภาจะกลับบ้าน!

                “ยัยภา แกนี่...” พรรณรษาชักจะเหลืออดกับชญาภาที่เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง แต่กลับถูกหลานชายห้ามไว้

                “คุณป้า พอเถอะครับ” การันต์ร้องห้าม

                “การันต์ แกอย่าตามใจยัยภาให้มากนักนะ เดี๋ยวจะเสียคน”

                “ภาทำอะไรผิด”

                “นี่แกกล้ายอกย้อนฉันเหรอยัยภา”

                “ก็ภาไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วการที่ผู้หญิงอายุ 18-19 มีแฟนมันผิดตรงไหนคะ”

                “เรามีแฟนงั้นเหรอ” การันต์ชะงักไปนิด ก่อนจะคาดคั้นหลานสาว ที่ตอนนี้ชญาภาก็ตกใจที่หลุดปากออกไป เพราะตนได้สัญญากับผู้เป็นน้าไว้แล้วว่าจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบปริญญาตรี

                “เปล่า!

                “แต่เมื่อกี้เราพูดออกมาเอง”

                “ภาจะกลับบ้าน อาการันต์พาภากลับเดี๋ยวนี้”

                “ที่แกเป็นแบบนี้เพราะแฟนของแกใช่ไหมยัยภา” คราวนี้พรรณรษาเป็นฝ่ายคาดคั้นบ้าง

                “ภาจะกลับบ้าน!” ชญาภาร้องขึ้นเสียงดัง พรรณรษาได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา แล้วหันไปทางหลานชาย “แกจะเอายังไง การันต์”

                “เดี๋ยวผมไปคุยกับคุณหมอดูครับว่าจะให้ยัยภากลับบ้านได้หรือเปล่า”

                “งั้นก็ไปเถอะ เดี๋ยวป้าจะโทรหาคนขับรถให้มารับ เพราะหมอคงจะให้ยัยภากลับอยู่แล้ว”

                “ครับ” ขานรับจบแล้วการันต์ก็เดินออกไปพูดคุยกับคุณหมอ ซึ่งก็เป็นอย่างที่ป้าพรรณรษาบอก เมื่อหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่พอกลับถึงบ้านชญาภาก็ขอตัวขึ้นห้องทำเอาผู้ใหญ่ได้แต่มองตามอย่างเหนื่อยใจ เพราะยังไม่รู้เลยว่าสาเหตุการกินยาหวังจะฆ่าตัวตายของหลานสาวมาจากอะไรกันแน่

                “ดูยัยภาสิ จะถามอะไรหน่อยก็หนีขึ้นห้อง ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าทำให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง” ประพรรณศรีพูดแล้วก็มองตามหลังหลานสาว

                “ที่ยัยภากินยาฆ่าตัวตาย เพราะทะเลาะกับแฟน” พรรณรษาพูดขึ้น เพราะตอนอยู่โรงพยาบาลหลานสาวเป็นคนหลุดปากมาเอง แล้วสาวใช้ยังบอกอีกว่าได้ยินเสียงทะเลาะดังออกมาจากห้อง ก่อนจะเข้าไปเจอหลานสาวหมดสติ ตนจึงเชื่อมั่นว่าต้นเหตุมาจากเรื่องแฟนแน่นอน

                “พี่พรรณรู้ได้ยังไง”

                “ตอนอยู่โรงพยาบาลยัยภาหลุดปากออกมา”

                “แล้วแฟนยัยภาคนไหนกันล่ะ”

                “ถามตาการันต์เอาล่ะกัน เดี๋ยวพี่ขอตัวกลับบ้านก่อน” พูดจบพรรณรษาลุกเดินออกมาแล้วเรียกให้คนขับรถบ้านน้องสาวไปส่ง ส่วนภายในห้องรับแขกสองแม่ลูกก็นั่งหน้าเครียด เพราะกลัวหลานสาวจะคิดฆ่าตัวเองขึ้นมาอีกจึงเรียกหาสาวใช้

                “มาแล้วค่ะ”

                “หลินขึ้นไปดูคุณภาไว้นะ อย่าให้คิดทำอะไรอีก”

                “ค่ะคุณศรี” หลินขานรับแล้วรีบขึ้นไปบนห้องหลานสาวของผู้เป็นนาย แต่เฝ้าได้แค่หน้าห้อง เพราะหลานสาวผู้เป็นนายไม่ยอมเปิดประตูให้

ส่วนภายในห้องรับแขกคุณประพรรณศรีก็กำลังซักถามลูกชาย “การันต์ ลูกรู้หรือเปล่าว่าแฟนยัยภาคือคนไหน”

                “ผมไม่รู้เลยครับคุณแม่ เพราะยัยภาสัญญากับผมว่าจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ” แล้วเขาก็วางใจไม่เคยถามไถ่เรื่องนี้กับหลานสาว

                “แล้วเราจะทำยังไง”

                “ผมจะตามสืบดูครับว่ายัยภาคบกับใคร ส่วนยัยภา เราก็ให้คนในบ้านคอยดูแล คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”

                “จ้ะ แล้วพี่ชายของเราว่ายังไงบ้าง ลูกได้โทรหาหรือยัง”

                “โทรแล้วครับ แต่ไม่ได้คุยกับพี่เกริก”

                “ตาเกริกนี่ไม่ไหวจริงๆ ลูกทั้งคนไม่คิดจะกลับมาดูแลบ้างเลยหรือไง”

                “เดี๋ยวผมจะโทรหาอีกที คุณแม่ทำใจให้สบายนะครับ”

                “แม่ทำไม่ได้หรอกการันต์ ไหนจะเหนื่อยกับตาเกริก ไหนจะห่วงยัยภา แม่กลัวยัยภาจะคิดสั้นขึ้นมาอีก”

“คงไม่หรอกครับคุณแม่” ปากบอกไม่ แต่ใจเขาก็กังวลไม่ต่างจากมารดา แล้วที่แน่ๆ เขาต้องลากตัวต้นเหตุมาลงสั่งสอนให้ได้

                “คุณศรีคะ คุณภาไม่ยอมให้เข้าห้องค่ะ” หลินที่พยายามขอเข้าห้องชญาภา แต่โดนไล่ตะเพิดลงมาจึงรีบลงมารายงานผู้เป็นนาย

                “ทำไมเป็นแบบนี้นะยัยภา” พอได้ฟังแล้วคุณประพรรณศรีก็บ่นอย่างเหนื่อยใจ

                “เดี๋ยวผมไปดูเองครับ หลิน ไปเอากุญแจสำรองมา”  

                “ค่ะ” หลินรับคำแล้วรีบวิ่งไปเอากุญแจมาส่งให้เจ้านายหนุ่ม จากนั้นการันต์ก็ขึ้นไปเคาะห้องเรียกหลานสาวให้เปิดประตู

                “ภาอยากอยู่คนเดียว” ชญาภาตอบกลับมาอย่างรำคาญ

                “ให้อาเข้าไปนะ อามีเรื่องจะคุยด้วย” การันต์ไม่ละความพยายาม แต่หากหลานสาวดื้อดึงไม่ยอมจริงๆ เห็นทีต้องใช้กุญแจไขเข้าไป

                “ภาไม่มีอะไรจะคุย อาการันต์กลับไปทำงานที่ใต้ได้แล้ว ภาไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วง”

                “ถ้าอยากให้อากลับ ภาก็สัญญากับอาก่อนว่าจะไม่คิดสั้นอีก ภารู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงภาแค่ไหน”

                “ไม่ต้องมาห่วง ภาดูแลตัวเองได้”

                “ภา!

                “ภาสัญญาว่าจะไม่คิดทำร้ายตัวเองอีก อาไปได้แล้ว อย่ามากวนภาอีก ภาจะพักผ่อน”

                “โอเค! อาไม่กวนแล้ว ภาพักผ่อนนะ” พูดจบการันต์ก็เดินลงมาหามารดา เพราะไม่อยากใช้กุญแจไขเข้าไป เดี๋ยวจะทำให้หลานสาวไม่พอใจจนคิดสั้นขึ้นมาอีก

                “การันต์ เป็นยังไงบ้าง”

                “ยัยภาไม่ยอมให้เข้าไปครับ แต่ผมคิดว่ายัยภาคงไม่คิดสั้นอีกแล้วครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”

                “แม่ไม่ค่อยไว้ใจยัยภาเลย”

                “ยัยภาสัญญาแล้วครับคุณแม่ แล้วตอนนี้ยัยภาก็อยากพักผ่อน คุณแม่อย่าเพิ่งให้ใครขึ้นไปรบกวนเลยครับ”

                “ถ้างั้นก็ปล่อยให้ยัยภาพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน ว่าแต่ลูกหรือยังว่าหนูพิมกำลังจะกลับจากต่างประเทศแล้ว” หมดเรื่องหลานสาวไปแล้วคนเป็นแม่เปิดประเด็นคุยเรื่องใหม่ทันที เพราะลูกชายของตนกับศศิพิมพ์ ลูกสาวเจ้าของตลาดวีระชัย หมั้นหมายกันมาก็สองปีแล้ว ตนเห็นว่าควรจะหาฤกษ์แต่งงานกันเสียที เพราะแม่ของทางฝ่ายหญิงก็ถามๆ เรื่องนี้กับตนเมื่อสามสี่วันก่อน

                “ผมไม่ทราบครับ” การันต์ตอบกลับคล้ายคนไม่ค่อยใส่ใจทำเอาคนเป็นแม่แปลกใจ

                “เป็นคู่หมั้นกันแท้ๆ กลับไม่รู้”

                “ก็ตั้งแต่ศศิพิมพ์ไปเรียนต่างประเทศ ผมติดต่อไปแค่ครั้งเดียวครับคุณแม่”

                “ตายจริง!

                “ไม่ตายหรอกครับคุณแม่ แต่ผมเดาว่าศศิพิมพ์คงมีแฟนใหม่ไปแล้ว” การันต์คาดเดา เพราะวันที่เขาติดต่อไปหาคู่หมั้นครั้งนั้น ระหว่างเขาคุยกับศศิพิมพ์ เขาได้ยินเสียงผู้ชายแทรกเข้ามาและเรียกคู่หมั้นของเขาว่าดาร์ริ่ง ตั้งแต่นั้นเขาเลยไม่ติดต่อไปอีก แล้วทางศศิพิมพ์ก็ไม่ติดต่อเขามาเช่นกัน และเขาเองก็ทุ่มเวลาไปกับงาน จนเมื่องานลงตัวเขาจึงได้พาตัวเองไปพักผ่อน แต่พักไม่ถึงวันก็เกิดเรื่อง

                “หนูพิมคงไม่มีคนอื่นหรอก เพราะเมื่อสามสี่วันก่อนคุณอรนุชยังถามแม่อยู่เลยนะว่าจะแต่งกันเมื่อไหร่”

                “ผมคิดว่าไม่ได้แต่งแล้วครับ”

                “หมั้นกันแล้วจะไม่แต่งได้ยังไง การันต์” พูดแล้วคนเป็นแม่ก็ส่ายหน้าเบาๆ ไม่ค่อยเข้าใจความรักของหนุ่มสาวสมัยนี้

                “ก็อย่างที่ผมบอกคุณแม่ไปว่าศศิพิมพ์คงมีคนอื่นไปแล้ว แต่ก็รอให้ศศิพิมพ์กลับมาก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยมาคุยกัน” พูดจบแล้วเขาก็คิดว่าจะลองให้เพื่อนช่วยสืบให้ จะได้รู้แน่ชัดกันไปเลย

                “ถ้าจะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบล่ะ แล้วให้นึกถึงวันที่เจอกัน จนตกลงหมั้นหมายกัน” คนเป็นแม่พูดเตือนสติก่อนจะขอตัวขึ้นห้องพัก ขณะที่การันต์ก็นั่งคิดตามคำพูดของมารดา ที่เขาได้เจอศศิพิมพ์เมื่อครั้งเขาย้ายไปทำธุรกิจที่ใต้แล้วเจอศศิพิมพ์มาเที่ยวกับเพื่อนๆ และตอนนั้นเขาก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนที่พนันให้เขาเข้าไปจีบศศิพิมพ์ ที่เพื่อนๆ ของเขารู้จักว่าเป็นลูกสาวเจ้าของตลาดในกรุงเทพฯ เขาก็รับคำท้าบุกเข้าไปจีบจนติด ทีแรกก็แค่ทำตามคำท้า แต่คุยกันไปกันก็เริ่มถูกคอ เลยสานสันพันธ์กันมาเรื่อยๆ จนตัดสินใจหมั้นหมายกันตามความต้องการของแม่ฝ่ายหญิง

        แสดง 5 - 5
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2560 09:22    วันที่อัพเดท :   22 ก.ค. 2561 14:17    › จำนวนผู้เข้าชม 2788 คน
   › คะแนนโหวต 334 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :